ทำไมคนเราต้องตกหลุมรัก?

 
หลายคนอาจจะเคยถามคำถามนี้กับตัวเองมาแล้ว ผมเองก็สงสัย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าถ้ารักก็มีสิทธิเจ็บ พระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้ว่าที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ แต่ผมก็ช่วยไม่ได้อยู่ดี ทำไมคนเราต้องตกหลุมรักด้วย(วะ)?
 
มีวันนึงนั่งคิดไปคิดมาเล่น ๆ ผมก็คิดได้คำตอบอย่างหนึ่ง (ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ใช่คำตอบที่ทุกคนนึกถึงอยู่)
 
ก่อนอื่นลองมาถามคำถามที่ง่ายขึ้นก่อนละกัน เพื่อหาแนวทางที่จะนำไปสู่คำตอบ
มีใครเคยสงสัยไหมว่าทำไมผู้ชายถึงชอบผุ้หญิงที่หน้าอกใหญ่? เหตุผลในความคิดผมคือ เพราะว่าผู้หญิงที่หน้าอกใหญ่มีความน่าจะเป็นที่จะมีนมแม่มากกว่า ทำให้เพิ่มความน่าจะเป็นที่ลูกจะมีนมแม่กินอย่างพอเพียง
 
ถึงจุดนี้อาจจะมีคนคิดว่าเรื่องนมแม่ไม่น่าจะเกี่ยวข้อง เพราะว่าผู้ชายตอนดูผู้หญิงไม่เห็นจะมีใครคิดใกลข้ามช็อตไปถึงตอนมีลูกซักคน(รวมถึงผมด้วย) ถึงแม้ผุ้ชายจะไม่ได้ตั้งใจคิดไตร่ตรองถึงตอนมีลูก ความอยู่รอดของลูกก็น่าจะมีส่วนทำให้มนุษย์พัฒนานิสัยที่เลือกหน้าอกใหญ่ขึ้นมาด้วยกระบวนการวิวัฒนาการ
 
ลองมาทำการทดลองด้วยความคิด (ไม่รู้จะแปล thought experiment ว่าไงดี) ซักอัน
สมมุติว่าเมื่อซักล้านปีที่แล้ว มนุษย์ดึกดำบรรพ์พวกนั้นยังไม่มีนิสัยที่ชอบคนหน้าอกใหญ่ อยู่ดี ๆ ผู้ชายคนหนึ่งก็เกิดมีนิสัยชอบคนหน้าอกใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อย (ไม่สนใจว่าอะไรทำให้เกิดนิสัยนี้ ดูแต่ผลเป็นพอ) ลูกของเขาก็มีความน่าจะเป็นที่จะอยู่รอดมากขึ้นเมื่อเทียบกับคนปกติในเผ่า เพราะมีความน่าจะเป็นที่จะได้กินนมแม่มากขึ้น ซึ่งลูก ๆ เหล่านี้ก็มีความน่าจะเป็นที่จะมียีนนิสัยนี้อยู่และจะสืบทอดนิสัยนี้ต่อให้ลูกของตน
 
ลูก ๆ ที่มีความได้เปรียบเชิงวิวัฒนาการเช่นนี้ก็จะขยายจำนวนได้เร็วกว่าคนที่ไม่มีนิสัยนี้ เมื่อเวลาผ่านไปพอสมควร(เป็นพันเป็นหมื่นรุ่น) ผู้ชายเกือบทั้งเผ่าก็จะมียีนนิสัยนี้อยุ่ ทั้ง ๆ ที่ในตอนแรกผู้ชายคนแรกนั้นไม่ได้มีความตั้งใจที่จะมีนิสัยนี้เลย สรุปก็คือผู้ชายปัจจุบันมีนิสัยนี้เพราะว่านิสัยนี้ทำให้เกิดความได้เปรียบเวลาสืบพันธุ์(คือเพิ่มโอกาสรอดของลูก)
 
คราวนี้กลับมาที่คำถามอันแรกเดิม ก็ต้องมามองว่าความรัก(เชิงหนุ่มสาว)ทำให้เกิดความได้เปรียบอะไร?
ก่อนที่จะตอบคำถามนั้นได้ ก็ต้องกำหนดนิยามของความรักก่อน ถ้าถามคนพันคนก็จะได้นิยามพันอย่าง ในที่นี้ผมขอกำหนดนิยามความรักของผมว่า ความรักคือความรุ้สึกผูกพันเป็นพิเศษที่มีต่อคนคนหนึ่ง อยากที่จะทำทุกอย่างเพื่อคนนั้นโดยพร้อมที่จะมองข้ามข้อเสียบางอย่างในตัวเขา (ความรักทำให้คนตาบอด) ทุกคนอาจจะไม่เห็นด้วยกับนิยามนี้ก็ได้ ผมแค่ใช้นิยามนี้มาคิดเฉย ๆ
 
ความรู้สึกรักผูกพันคนคนหนึ่ง น่าจะทำให้เกิดความได้เปรียบในเชิงคล้าย ๆ กับนิสัยชอบหน้าอกใหญ่ ซึ่งก็คือการทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการเลี้ยงดูลูก(ซึ่งมีผลไปเพิ่มโอกาสอยู่รอดของลูก)  มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีช่วงความเป็นเด็กนานเมื่อเทียบกับสัตว์อื่น ๆ  ในช่วงนี้ถ้ามีผู้ปกครองสองคนคอยดูแล ก็จะมีความน่าจะเป็นที่จะอยู่รอดมากขึ้นเมื่อเทียบกับเด็กที่มีแม่คนเดียว (คือพ่อไม่มีความรู้สึกรักผูกพันกับแม่)
 
อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องการมองข้ามข้อเสียบางอย่างในคนที่รัก ลองสมมุติคนขึ้นมาสองคน คนแรกมีนิสัยที่จะพยายามหาคุ่ที่เพอร์เฟคที่สุดเท่าที่จะหาได้ อีกคนหนึ่งมีนิสัยที่เมื่อเขาเจอคนที่เข้าขั้นในระดับหนึ่ง เขาก็จะพอใจ และสร้างความรู้สึกผูกพันกับคนนั้นได้ทั้ง ๆ ที่คนนั้นอาจจะมีข้อเสียบางอย่าง เมื่อเปรียบเทียบสองคนนี้ แน่นอนคนที่สองย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จในการสืบพันธ์และเลี้ยงลูกมากกว่า สรุปคือความรักทำให้เกิดความได้เปรียบเชิงวิวัฒนาการ จากในตอนแรกในอดีตกาลเริ่มจากบังเอิญมีความรู้สึกผูกพัน แล้วเมื่อเวลาผ่านไปก็กลายเป็นความรักในนิสัยมนุษย์ปัจจุบันในที่สุด
 
แต่เมื่อมองจากอีกมุมหนึ่ง ก็อาจจะมีคนสงสัยว่า ถ้าความรักเดียวใจเดียวทำให้ได้เปรียบขนาดนี้ ทำไมผู้ชายเจ้าชู้ถึงยังมีอยู่(เต็มไปหมด)?
คำตอบก็คือ ความรักเดียวใจเดียวเป็นเพียงแท็กติกหนึ่งที่เพิ่มประสิทธิภาพในการสืบพันธุ์ ความเจ้าชู้ก็เป็นอีกแท็กติกหนึ่ง ถ้าเปรียบการมีลูก(ที่จะอยู่รอดไปสืบพันธุ์ต่อ)เป็นการถูกล็อตเตอรี่ ความรักเดียวใจเดียวก็เปรียบได้กับการพยายามเพิ่มโอกาสถูกรางวัลของตั๋วทีละใบ และความเจ้าชู้ก็เหมือนการกว้านซื้อทีละหลาย ๆ ใบ (โดยไม่สนใจโอกาสถูกของตั๋วแต่ละใบ) ทั้งสองแท็กติกต่างก็มีประสิทธิภาพ มันก็เลยสืบทอดมาถึงปัจจุบัน
 
ไม่ว่าความรักจะมีต้นตอจากไหน อย่างไร ตอนนี้ความรักก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของนิสัยมนุษย์ไปแล้ว (ความเจ้าชู้ก็เหมือนกัน)  การสืบสาวต้นตอของความรักไม่ได้ทำให้ความสวยงามของมันลดลงไป แต่ทำให้เราได้มองความรักในมุมมองใหม่ ต้องขอขอบคุณบรรพบุรุษของมนุษย์ในหลาย ๆ ล้านปีที่ผ่านมา ที่ทำให้ผมได้รู้จักกับความรักในวันนี้
 
(บอกแล้วว่าคำตอบอาจจะไม่ใช่แบบที่ทุกคนนึกอยู่)

4 thoughts on “ทำไมคนเราต้องตกหลุมรัก?”

  1. สรุปง่าย ๆ ว่าเต้ยชอบผู้หญิงหน้าอกใหญ่ใช่ไม๊ (เย้ยยย)

  2. ช่างคิดดีนะพี่เต้ย….ฮะๆ
     
    แต่รู้สึกว่ามนุษย์หลายๆคนคงรักแบบไม่ค่อยได้ใช้สมองคิด….

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s