ความงมงายของคนไทย

 
ทนไม่ไหวแล้ว ผมทนไมไหวแล้วจริง ๆ กับความโง่งี่เง่างมงายโคตรงั่งเกี่ยวกับเรื่องไสยศาสตร์ของคนไทย
 
นี่คือข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์เมื่อวาน
"CNS members visit renowned fortune teller"
"สมาชิกคมช. ไปพบกับโหรชื่อดัง"
ในเนื้อความของข่าว ก็มีอธิบายว่าโหรคนนี้เป็นร่างทรงของฤาษีซักคน และเป็นโหรประจำของพล.อ.สนธิ
 
นี่มันคืออะไร??? ผู้นำประเทศ ผู้ที่กำหนดนโยบายและชะตากรรมของประเทศ ไปขอคำปรึกษาจากร่างทรง จะมีอะไรที่โง่งี่เง่างมงายกว่านี้อีกไหม? นี่ไม่ใช่กรณีแรกและก็คงจะไม่ใช่กรณีสุดท้ายด้วย คราวหน้าจะทำอะไรอีกล่ะ?
"คมช.สั่งให้กุมารทองติดตามพฤติกรรมทักษิน"
"คมช.ไปขูดเลขจากวัวสองหัว"
"คมช.ไปปรึกษามนุษย์ต่างดาวในร่างคน"
พาดหัวข่าวที่ผมคิดขึ้นมาเล่น ๆ 3 อันนี้ ไม่แตกต่างกับพาดหัวข่าวของจริงเลย มันคือความงมงายพอ ๆ กัน
 
แล้วอะไรเป็นตัวแบ่งแยกระหว่างความจริงกับความงมงายล่ะ? คำตอบมีอยู่อย่างเดียว คือคำว่า "หลักฐาน" มีคำพูดหนึ่งของนักวิทยาศาสตร์ขื่อดัง Carl Sagan ว่า
 
"Extraordinary claims require extraodinary evidence."
"ยิ่งเรื่องไม่น่าเชื่อเท่าไหร่ ยิ่งต้องมีหลักฐานมากขึ้นเท่านั้น"
 
สำหรับเรื่องโหรทำนายอนาคตเนี่ย เพียงแค่บอกว่า"เขาเคยทำนายถูกมาก่อน"มันไม่พอ ต้องไม่ลืมว่าคนเรามีแนวโน้มที่จะจำแต่คำทำนายที่ถูก และจะไม่จำสิ่งที่ทายผิด ถ้าจะให้ผมเชื่อโหราศาสตร์ก็ต้องทำมากกว่านี้ เช่นทำการทดลองโดยการบันทึกคำทำนายทุกคำ แล้วมาเปรียบเทียบกับผลภายหลัง รวมทั้งหาขอบเขตของความสามารถในการทำนายโดยการขอให้ทำนายเรื่องในหลาย ๆ หัวข้อ มีอีกการทดลองที่ทำได้ง่ายมากคือหาลูกเต๋ามา 1 ลูก ถามโหรก่อนทอยว่าลูกเต๋าจะออกหน้าไหน แล้วก็ทอยแล้วบันทึกผล ทำซ้ำซัก 1000 ครั้ง ถ้าจำนวนครั้งการทายถูกนั้นมากกว่าค่าเฉลี่ยเมื่อเดา(1/6)อย่างเห็นได้ชัด ก็ค่อยน่าเชื่อถือหน่อย
 
ถ้าพิสูจน์ได้จริงว่าสามารถทำนายอนาคตได้ แน่นอนเรื่องนี้ต้องเป็นข่าวใหญ่มาก เพราะว่าการนำข้อมูลมาจากอนาคตนั้น ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนใดเคยทำได้มาก่อน คนที่ทำได้คนแรกคงได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์อย่างแน่นอน ผมขอแนะนำให้ท่านโหรร่างทรงรีบติดต่อคณะกรรมการโนเบลโดยด่วน ก่อนที่โหรคนอื่นจะชิงรางวัลไปเสียก่อน
 
นอกจากเรื่องเข้าทรงแล้ว ยังมีความเชื่องมงายอีกหลายอย่าง ซึ่งผมจะยกตัวอย่างมาซัก 2 อย่างพร้อมกับวิเคราะห์พวกความเชื่อนี้ด้วยวิทยาศาสตร์
 
1.เมื่อผมกลับมาเมืองไทยรอบนี้ ผมก็ได้ยินข่าวของดังที่กำลังเห่ออย่างมาก ของสิ่งนั้นคือ"หินทิเบต" หลังจากได้ยินสรรพคุณของมันมามาก ผมเลยไปค้นคว้ามาเล็กน้อยเกี่ยวกับคุณสมบัติของมัน ข้อมูลต่อไปนี้ได้มาจากเวบไซต์และหนังสือต่าง ๆ เกี่ยวกับหินทิเบต
 
-หินทิเบตปล่อยสนามแม่เหล็กออกมา ทำให้เวลาใส่แล้วจะช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดีขึ้น
 มีใครจำได้บ้างว่าปีที่แล้วก็มีข่าวออกมาว่า โทรศัพท์มือถือปล่อยสนามแม่เหล็ก ซึ่งอาจก่อให้เกิดมะเร็งในสมองถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน แต่ว่าตอนนี้กลับกลายเป็นอยากใส่ไว้ใกล้ตัว? ทำไมไม่เอาแม่เหล็กผูกคอเลยล่ะ เพื่อให้ได้สนามแม่เหล็กสมใจ
อีกอย่าง สนามแม่เหล็กจะทำให้เกิดแรงกับอนุภาคทางไฟฟ้าเท่านั้น โดยเป็นไปตามกฎ F = qv X B ถึงแม้เลือดจะมีประจุไฟฟ้าพอ(ซึ่งผมคิดว่าไม่) ทิศของแรงก็จะตั้งฉากกับทิศของความเร็วของเลือด ทำให้ไม่มีผลทำให้การใหลเวียนของเลือดดีขึ้น
 
-หินทิเบตมีค่าสนามแม่เหล็กสูงถึง 17 วัตต์
สนามแม่เหล็กบ้านใครวัดเป็นวัตต์วะ? มันมีแต่หน่วย tesla (T) สำหรับสนามแม่เหล็ก หรือไม่ก็แอมแปร์ต่อเมตรสำหรับความเป็นแม่เหล็ก
 
-สามารถเพิ่มพลังของหินทิเบตได้โดยการนำไปตากแสงจันทร์ในคืนขึ้น 15 ค่ำ
ถ้าคิดดูดี ๆ แสงจันทร์มันไม่ต่างกับแสงอาทิตย์เลย เพราะมันก็คือโฟตอนจากพระอาทิตย์ที่ไปสะท้อนดวงจันทร์ก่อนมาถึงโลก แค่นั้นเอง มันก็คือโฟตอนเหมือน ๆ กัน โฟตอนวันขึ้น 15 ค่ำมันก็เหมือนโฟตอนทุก ๆ วันน่ะแหละ คนที่บอกว่าแสงจันทร์วันขึ้น 15 ค่ำแตกต่างจากวันอื่น ๆ เป็นคนที่ไร้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์โดยสิ้นเชิง
 
2.เรื่องโหราศาสตร์ ที่มีการถามวันเกิด แล้วทำนายชะตาชีวิตจากวันเกิด ถ้าใช้สถิติศาสตร์คิดดูก็จะพบว่าไร้สาระขนาดไหน
ถ้าเป็นพวกทำนายตามราศีหรือปีนักขัตร คือมีการแบ่งคนเป็น 12 กลุ่ม ในแต่ละกลุ่มจะมีคนโดยเฉลี่ย 500ล้านคน (สมมุติว่าประชากรโลกมี 6000ล้านคน) มันเป็นไปไม่ได้ที่คำทำนายอันไดอันหนึ่งจะตรงกับคน 500ล้านคนอยู่แล้ว
 
ถ้าดีกว่านั้นหน่อย เป็นโหรที่ถามวันเกิดด้วย ก็จะเป็นการแบ่งคนเป็น 12 x 365 = 4380 กลุ่ม ทำให้แต่ละกลุ่มมีคนโดยเฉลี่ย 1ล้าน4แสนคน
ต่อให้โหรถามเวลาเกิดละเอียดเป็นวินาที ก็จะกลายเป็น 12 x 365 x 24 x 60 x 60 = 378,432,000 กลุ่ม โดยที่แต่ละกลุ่มมีอยู่ 15 คนโดยเฉลี่ย คือแปลว่าในโลกนี้มีคนที่มีข้อมูลวันเวลาเกิดเหมือนเราอยู่ประมาณ 15 คนโดยเฉลี่ย
 
ถ้าสมมุติว่าคำทำนายอันหนึ่ง (เช่น "คุณจะประสบความสำเร็จ") เป็นคำทำนายเกี่ยวกับสถานภาพ 2 สถานภาพ (คนที่ประสบความสำเร็จ กับคนที่ล้มเหลว) โอกาสที่คนทั้ง 15 คนที่มีข้อมูลวันเวลาเกิดเหมือนเรา จะอยู่ในสถานภาพเดียวกับเราตามที่โหรทำนาย คือ 1/2 ยกกำลัง 15 ซึ่งก็คือ 1 ใน 32768 หรือ 0.003%
 
สรุปคือการทำนายอะไรก็ตามจากข้อมูลวันเกิด (นี่ขนาดต่อให้ใช้ถึงวินาทีเกิดเลยนะเนี่ย) เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะมีคนที่มีข้อมุลวันเกิดเหมือนกับเราอยู่อีกหลายคนในโลกนี้ ต้องให้โหรถามเวลาเกิดด้วยความละเอียด 0.1 วินาทีเป็นอย่างน้อยก่อน ถึงค่อยน่าเชื่อถือ

6 thoughts on “ความงมงายของคนไทย”

  1. เป็นบทความที่น่าสนใจมากเต้ย ทั้งเรื่องนี้แล้วก็เรื่องความรักอะไรนั่นด้วย เป็นวิธีคิดที่น่าสนใจมาก ซึ่งเรากำลังคิดว่าเต้ยมีความคิด rational มากๆ ซึ่งเราว่าเต้ยน่าจะเอนจอยที่อยู่ในสังคมญี่ปุ่นนะ (ไม่รู้ใช่ป่าว) เพราะเราเคยได้ยินว่าคนญี่ปุ่นเน้นข้อมูลมากๆ เวลาจะตัดสินใจนโยบายหรือหาข้อสรุปอะไร จะต้องมีการวิจัยข้อมูลรอบด้านที่เป็นระบบ ไม่ใช่เถียงกันแต่สำนวนหรือแค่ผิวเผิน แล้วถ้าสองคนหาข้อสรุปได้ไม่ตรงกัน ก็มาดูว่าสองคนมีวิธีวิจัยแตกต่างกันยังไง……
     
    อืม แล้วไว้วันหลังเล่าเรื่องเกี่ยวกับญี่ปุ่นหรือโตไดให้ฟังบ้าง แล้วจะไปเที่ยวโตเกียว หวังว่าจะต้อนรับนะ

  2. เหย อนาคตผันตัวไปเป็นนักเขียนบทความเป็นงานอดิเรกรุ่งแน่ๆ ไว้จะเข้ามาอ่านบ่อยๆนะ ^^

  3. น่าสนใจนะ  แต่เราชอบดูดวงนะ เพราะถึงมันแย่ก็รู้อยู่ดีว่าคงไม่ตรงหรอก

  4. นี่ Pupe นะจ๊ะ เต้ยอ่ะ  คิดได้ไง  มันก้อจิงอย่างที่เต้ยว่าแหละนะ  ว่าทำนายยังไงก้อต้องตรงมั่งแหละ แต่ว่าจะมีคนคิดอย่างเต้ยได้กี่คนกันน๊า 
    แล้วนี่เต้ยยังไม่ลืมความรู้สมัยม.ปลายอีกรึเนี่ย อ่านแร้วยังงงๆอยู่เรยอ่า  555 แบบว่าเราไม่เก่งเลขกะฟิสิกส์อะ
     

  5. เห็นด้วย!!!!!!!
    มองในมุมกลับเรื่องโหร ก็เป็นแค่ความสบายใจมากกว่า
    แม้ถ้าคิดจริงๆแล้วเรื่องพวกนี้มันจางมงายบวกหลอกตังมากกว่า
    คนไทยเชื่อในสิ่งที่ตัวเองสบายใจมากกว่าเหตุผล

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s