ไปเที่ยวที่คันไซ

    
    เมื่อวานผมเพิ่งกลับมาจากโอซาก้าหลังจากไปเที่ยวมาห้าวัน ทริปนี้ไปกับโมแค่สองคนโดยที่แทบจะไม่ได้วางแผนอะไรเลย ที่ไปนี่คือเพราะว่าเคยตกลงกันเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ว่า “ปิดเทอมนี้ไปเที่ยวฝั่งคันไซกัน” และก็เพราะอยากไปเจอน้อง ๆ พี่ ๆ ที่นั่นแค่นั้นเอง เลยกลายเป็นว่าทริปนี้วางแผนวันต่อวันแบบฉุกละหุกที่สุด มานั่งคิดกันตอนกลางคืนว่า “พรุ่งนี้ทำอะไรดี?” แต่รวม ๆ แล้วก็รู้สึกว่าดี ได้เที่ยว ได้เจอคน ครบถ้วนตามเป้าหมา

วันที่หนึ่ง (15 สิงหาคม) ออกเดินทาง

     ตอนเช้าไปกินข้าวกับไวส์ นิ้งหน่อง โชติ ที่บามิยันใกล้ ๆ ไกได แล้วค่อยไปซื้อตั๋วชิงกันเซน ที่ไม่ได้จองล่วงหน้าก็เพราะว่าตอนโกลเดนวีคปีที่แล้ว ก็เคยซื้อตั๋วก่อนขึ้นได้เลยทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงที่คนเยอะที่สุด ซื้อเสร็จก็ไปหาที่ฆ่าเวลารอโมเรียนไวโอลินเสร็จ ตอนแรกก่อนโมไปเรียนก็ไปนั่งที่ร้านกาแฟที่ชิบูย่า พอซื้อแล้วขึ้นไปนั่งกิน เหลือบไปเห็นคนที่นั่งข้าง ๆ โม หน้าเหมือนเลียห์ ดิซซอน(โมเดลกึ่งดาราที่ดังมากในญี่ปุ่น) มาก ๆๆๆ มากับผู้ชายสองคนที่พูดอังกฤษคล่อง จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าตัวจริงรึเปล่า

     หลังจากนั้นก็ไปขึ้นชิงกันเซ็น ปรากฏว่าคนน้อยมาก นั่ง ๆ นอน ๆ ไปสองชั่วโมงก็ถึงโอซาก้าประมาณสามทุ่ม นั่งรถไปบ้านนิ้งหน่องกับพี่เบ้บ กว่าจะถึงก็ดึกแล้วแต่ยังหิวอยู่เลยออกไปกินราเมงใกล้ ๆ บ้าน แล้วกลับมานอน บ้านนิ้งหน่องไม่มีแอร์ มีแต่พัดลมซึ่งนิ้งหน่องอุตส่าห์ยกให้เรากับโมใช้ ถ้าไม่มีพัดลมนั้นก็คงนอนไม่ได้ พอถามพี่เบ้บว่าหน้าร้อนทำไงเวลาไม่มีแอร์ พี่เบ้บก็บอกว่า “ตอนนี้ใช้วิธีซื้อน้ำแข็งมาประทังไปก่อน” สรุปคืนนั้นก็ต้องถอดเสื้อนอน

วันที่สอง ไปโกเบ

     ไปเจอเนี้ยบที่โกเบ เนี้ยบก็พาไปดูอนุสรณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่โกเบ เสร็จแล้วก็ไปหาข้าวกินกัน จริง ๆแล้วผมอยากลองกินสเต็กเนื้อโกเบซักที เพราะคราวที่แล้วที่มาก็ไม่ได้กิน แต่พอไปเห็นราคาแต่ละร้าน สุดท้ายก็ควักไม่ไหว เห็นร้านนึงมีสเต็กราคาแปดพัน เลยไปเดินหาของกินที่อื่นต่อ แล้วอยู่ดี ๆ เกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้พอเดินผ่านร้านลอตเตอเรีย(เป็นร้านฟาสต์ฟูด) ก็วกเข้าไปกินเฉยเลย สรุปเนื้อโกเบต้องรอรอบหน้า สงสัยต้องมีคนเลี้ยงถึงจะไ้ด้กินมั้ง

     กินเสร็จ นั่งคุยกัน ถามเนี้ยบว่ามีที่เที่ยวอื่นในโกเบรึเปล่า เนี้ยบก็บอกว่า “มี แต่มันไปยุ่งยาก ผมก็เลยไม่เคยไป” ก็เลยกลับโอซาก้ากันตั้งแต่บ่าย แล้วนัดน้องไปร้องคาราโอเกะกัน แต่กว่าจะไปถึงแถว ๆ หอน้องมันก็เย็นแล้ว เลยไปหาข้าวกินกันก่อน ไปกินที่ร้านชื่อโอโช มีเมนูพิเศษเป็นข้าวและราเมนจานยักษ์สำหรับกินสามคน แต่ราคาแค่แปดร้อยห้าสิบ สั่งมากินกันเต็มที่หมดไปแค่คนละประมาณเจ็ดร้อยเอง จากนั้นก็ไปร้องเกะ พี่เปีียกก็มาร้องด้วย ดูเหมือนน้อง ๆ ทุกคนจะรู้จักเพลงญี่ปุ่นมากกว่าผมซะอีก (จริง ๆ ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่) เดี๋ยวปิดเทอมนี้จะหัดร้องเพลงบ้างละ ไว้โกลเดนวีคปีหน้าไปเจอกันอีกรอบ

วันที่สาม ไปยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ แจแปน

     ตอนแรกไม่ได้กะจะไปเที่ยวยุนิเวอร์แซลเลย เพราะเคยไปมาแล้ว แถมเดี๋ยวครอบครัวจะมาเที่ยวตอนเดือนตุลาอีก แต่สุดท้ายก็ไปเพราะว่าคุณพ่อของโอ้ตมา แล้วเขาอยากให้ช่วยพาไปเี่ที่ยว คนที่ไปก็มี ผม โม โอ้ต คุณพ่อโอ้ต นัท ริน และคาโย(คนญี่ปุ่นที่เป็นติวเตอร์ของโอ้ต) ออกกันตั้งแต่เช้าเพื่อให้ไปถึงก่อนสวนสนุกเปิดตอนเก้าโมง

     พอได้เข้าไป กลุ่มเราก็มุ่งตรงไปที่เครื่องเล่นสไปเดอร์แมนทันที ปรากฏว่าต่อแถวแค่ยี่สิบนาทีก็ได้ขึ้นแล้ว (เทียบกับสองชั่วโมงกว่าตอนโกลเดนวีค) เสร็จก็ไปขึ้น Back to the Future ต่อด้วย Backdraft (โชว์ไฟไหม้) แล้วค่อยไปขึ้นจูแรสสิกพาร์ค ซึ่งต่อแถวแค่ชั่วโมงกว่า ได้เล่นเครื่องเล่นสี่อย่างในช่วงเช้าถือว่าึคุ้มมาก กินข้าวเสร็จก็ไปรอดู Water Parade ซึ่งจะสาดน้ำใส่คนที่ดูตามทาง เหมาะกับหน้าร้อนจริง ๆ

     จากนั้นก็ไปขึ้นเครื่องเล่นใหม่ที่คราวที่แล้วยังไม่มี ชื่อ Hollywood Dream : The Ride เป็นโรลเลอร์โคสเตอร์อันใหญ่มาก ตรงข้าง ๆ ตัวรถไม่มีผนัง เลยต้องฝากของและเอาของออกจากกระเป๋าทั้งหมดก่อนขึ้น คนที่ใส่รองเท้าแตะเค้าก็จะมีหน้งสติ๊กให้ เครื่องเล่นนี้มีจุดพิเศษอีกอย่างคือ ที่หลังหัวตรงพนักที่นั่ง จะมีลำโพงเฉพาะคน แล้วเลือกเพลงที่จะเปิดฟังระหว่างนั่งได้ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ก็ได้ฟังแค่ท่อนต้น ๆ ของเพลง ที่เหลือก็คือได้ยินแต่เสียงร้อง”อ้าาาาาาาาาาาาาาาก”ของตัวเอง ไม่มีโอกาสได้ฟังเพลงหรอก แถมนัทกับรินที่นั่งข้าง ๆ ยังมาเล่าให้ฟังทีหลังว่าได้ยินผมปล่อยสัตว์เลื้อยคลานออกมาหลายตัว ทััง ๆ ที่ผมจำไม่ได้ว่าร้องว่าอะไรบ้าง

     หลังจากนั้นก็ไปดูจอส์ (เล่นมุขกับคำนี้จนแป้ก) แล้วก็ไปนั่งดู Terminator ซึ่งเป็นห้องเข้าไปนั่ง ดูโชว์สามมิติ พอโชว์จบก็แทบไม่อยากลุก ทุกคนหมดแรกกันหมด ก็เลยไปจองที่เตรียมตัวดูโชว์ปีเตอร์แพน (หรือ พีต้า พัง เวลาคนญี่ปุ่นเรียก) ตอนนั่งดูไม่มีอะไรทำก็ควักไพ่ขึ้นมา แล้วก็เล่นนโปเลียนกันตรงนั้น โชว์ปีเตอร์แพนก็น่ารักดี แต่น่าเสียดายที่ที่พวกเรานั่งดูมันมองไม่ค่อยชัด ต้องไปที่นั่งที่เสียตังเพิ่มถึงจะวิวดี

วันที่สี่ พักผ่อน

     วันนี้ตื่นมาก็บ่ายสองแล้ว นิ้งหน่องก็เข้ามาที่หอน้อง แล้วก็มีการซ้อมกีต้าร์สองตัว กับไวโอลินหนึ่งตัวในห้องเดียวกัน(แล้วคนฟังจะรู้เรื่องไหมเนี่ย) ตอนเย็นก็ไปกินเคเอฟซีบุฟเฟ่ต์ อาหารดังประจำเมืองโอซาก้า ที่มาทุกรอบต้องกินห้ามพลาด (ของดังแท้ ๆ อย่างทะโคะยาิคิยังไม่ได้กินเลย)

     ตอนกลางคืน มานั่งคิดแผนการของวันรุ่งขึ้น โมก็เสนอว่าไม่ต้องไปเที่ยวแล้ว ให้ไปบ้านพี่โจ้กแล้วไปถล่มเครื่องวีที่พี่เขาเพิ่งซื้อมา แต่ผมก็ยังอยากไปเที่ยวอีกซักที่ เพราะว่าไหน ๆ ก็มาถึงฝั่งคันไซแล้ว พี่เปี๊ยกเสนอให้ไปนาราซึ่งผมก็ว่าน่าไป แต่น้องทุกคนพอได้ยินคำว่าวีก็ไม่มีใครอยากออกไปเที่ยว แถมพอผมบอกว่าจะออกซักแปดโมงเช้าก็ยิ่งไม่มีอยากไปด้วย ผมก็เตรียมใจจะไปเที่ยว(หรือว่าไปหลง)คนเดียวแล้ว โชคดีมากที่นิ้งหน่องว่างพอดี แล้วก็ใจดีมากเสนอว่าจะไปเที่ยวเป็นเพื่อน สุดท้ายก็เลยได้ไปนารา

วันที่ห้า ไปนารา

     ออกจากหอแปดโมง นั่งรถไฟไปถึงนาราสิบโมงกว่า ๆ ก็เข้าไปถามที่ Information เพราะว่าไม่ได้เตรียมตัวมาเลย แต่เขาก็ดีมาก มีแผนที่ให้ พร้อมกับวงกลมวัดที่ควรไปกับเส้นทางเิดินให้ ตอนแรกก็ไปวัดโคฟุคุจิ 興福寺 ต่อด้วย National Museum แล้วค่อยไปวัดโตไดจิ 東大寺 ซึ่งดังที่สุดในนารา (และไม่มีความเกี่ยวข้องกับมหาลัยผม) ในวัดนี้มีพระพุทธรูปองค์โตมาก ที่ทุกวัดจะมีกวางมาเดินเพ่นพ่าน สามารถซื้อเซมเบ้ไปป้อนกวางได้ แต่หลังจากเห็นคนข้างหน้าซื้อมาแล้วโดนกวางรุมล้อม เลยตัดสินใจไม่ซื้อ กวางมันมีกลิ่นตุ ๆ บางทีเดินในวัดแต่กลิ่นกับเหมือนสวนสัตว์

     พอดูโตไดจิเสร็จก็ไปหาที่กินข้าว ตอนนั้นบ่ายโมงกว่า ๆ ก็เลยโทรไปถามโมว่าอยู่ที่ไหนแล้ว เผื่อจะได้นัดเวลาเจอกัน โมตอบว่า “น้อง ๆ ยังตื่นไม่ครบเลย” ผมกับนิ้งหน่องก็เลยไปเดินต่อ ไปดูวัดคะสุกะไทชะ 春日大社 และวัดกันโกจิ 元興寺 สุดท้ายเหนื่อยมากเลยกลับโอซาก้าประมาณสี่โมง กลับมาึถึงก็ไปกินโอโคโนมิยาคิ ก่อนที่จะเข้าไปบ้านพี่โจ้ก ปรากฏว่ากลุ่มผมไปถึงหลังกลุ่มเล่นวีประมาณชั่วโมงกว่า ๆ

     คืนนั้นก็นั่งเล่นวีกันทั้งคืน มีเกมมาริโอที่ไว้สำหรับเล่นสี่คน ต้องคอยเก็บเหรียญ เก็บดาว (เล่นไปเล่นมาก็เรียกเกมนี้ว่าเกมทุนนิยม) แล้วระหว่างเล่นก็จะมีมินิเกมมาให้เล่นแข่งกันสี่คน เกมนี้สนุกมาก เล่นได้ไม่เบื่อ ผมไปนอนประมาณตีสองแต่คนอื่น ๆ ยังเล่นต่อ พี่เปี๊ยกเล่นแล้วติดมาก เล่นเวอร์ชันคนเดียวถึงแปดโมงเช้า พอทุกคนตื่นมาราว ๆ เที่ยงก็เล่นต่ออีกซักพัก ก่อนที่จะออกเดินทางกลับ

ทริปนี้สนุกมาก ๆ เพราะพี่ ๆ น้อง ๆ เพื่อน ๆ ทุกคน ขอขอบคุณ

โม ที่ชวนเราไปเที่ยวด้วยกัน

นิ้งหน่อง ที่ให้ที่พักคืนแรก และไปเที่ยวเป็นเพื่อนที่นารา

ป้อค ที่ให้นอนในห้องสามคืน

พี่โจ้ค ที่ให้อาศัยที่บ้านคืนสุดท้าย และให้ลองเล่นวี

และน้อง ๆ ทุกคนที่มาเล่นด้วยกัน

ไว้เจอกันอีกโกลเดนวีคปีหน้า

5 thoughts on “ไปเที่ยวที่คันไซ”

  1. たこ焼きをまだ食べてないの?かわいそうに。。。ベッブ兄ちゃんからのコメントです。
     
    วันหลังหน้าร้อน ถ้าหน่องกับพี่เบ๊บเปิดบ้านไว้ทำซาวน่า น่าจะทำมาค้าขึ้นเนอะพี่ เห็นด้วยใช่ปะ

  2. ฟังดูน่าหนุกดีเนอะ
     
    ปล.เพิ่งรู้ว่าร้องเต้ยก็ร้องเกะได้ …… 

  3. กูเรียนจบเมื่อไร เก็บตังค์ไปเที่ยวญี่ปุ่น เวร่ย
    จองตัวมึงเป็น guide ละกัน 

  4. อ่านบล๊อกป๋าที่ใช้ ผม แล้วมันไม่เข้าเลยง่ะ อ่านไม่ได้อารมณ์5555
     

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s