ความรักควรเป็นธุระของคู่รักไม่ใช่หรือ?

สมมุติว่าคุณตกอยู่ในสถานการณ์ต่อไปนี้ คุณจะรู้สึกอย่างไร?

คุณได้พบผู้หญิงในฝันของคุณ (หรือผู้ชายในฝัน ให้เลือกเพศที่เหมาะสมกับคุณเอง) คุณเริ่มเป็นแฟนกับเขา ทั้งสองคนต่างก็รักกันและกัน ชีวิตรักคุณสงบสุขราบรื่น เมื่อคบกันมาได้หลายปี คุณก็เริ่มคิดถึงเรื่องแต่งงาน แต่ทันใดนั้นคุณก็พบกับอุปสรรคอย่างหนึ่งขวางกั้น

อุปสรรคนั้นคือ ผู้หญิงในฝันคนนี้เธอเป็นสมาชิกของสมาคมหนึ่ง ซึ่งสมาคมนี้ตั้งกฎไว้ว่า ถ้าผู้ชายนอกสมาคมต้องการแต่งงานกับผู้หญิงของสมาคม ผู้ชายคนนั้นต้องตัดปลายหูของตัวเองก่อน ไม่เช่นนั้นจะห้ามไม่ให้แต่งงาน

ถ้าเป็นผม ความรู้สึกแรกที่เข้ามาในหัวคือ "แล้วไอ้สมาคมบ้านี่มันจะมาจุ้นอะไรกับชีวิตรักเรา? แล้วการตัดปลายหูมันเกี่ยวอะไรกับความรักด้วยหรอ?"  ผมเชื่อว่าคนที่รู้สึกทำนองเดียวกับผมคงมีอยู่ไม่น้อย (ท่านผู้อ่านที่มีความรู้สึกเหมือนผม โปรดจำความรู้สึกนี้ไว้ก่อนอ่านต่อ)

ถึงแม้เรื่องนี้จะฟังดูเหมือนเรื่องแต่งที่ไร้สาระ แต่เรื่องผู้หญิงกับสมาคมนี้เป็นเรื่องจริงทั้งหมด เรื่องนี้สามารถพบได้ทุกที่ทั่วโลกที่สมาคมนี้แพร่กระจายไปถึง แค่เปลี่ยนคำว่าปลายหู โดยเปลี่ยนจากห.เป็นจ. แล้วเติมไม้จัตวา และแทนคำว่าสมาคมด้วยคำว่าศาสนาอิสลาม ใช่แล้ว เรื่องนี้คือเรื่องการขลิบนั่นเอง

ในด้านข้อดีข้อเสียของการขลิบ ผมตั้งใจจะมาอัพเพิ่มทีหลังเมื่อค้นคว้าเสร็จ (ตอนนี้กำลังพยายามอ่านผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องอยู่ แตไม่ค่อยคืบหน้าเท่าใหร่) แต่จุดหลักของบทความนี้ไม่ได้อยู่ที่ข้อดีข้อเสียของการขลิบ จุดหลักที่ผมต้องการจะสื่อคือ ถึงแม้การขลิบจะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีก็ตาม การขลิบก็เป็นข้อบังคับของศาสนาอย่างหนึ่งที่เข้ามาก้าวก่ายชีวิตรักของคน ทั้ง ๆ ที่ศาสนานั้นไม่มีควรจะมีความเกี่ยวข้องอะไรเลย

บางคนอาจจะบอกว่า ความรักของคนนั้นรวมถึงศาสนาด้วย แต่ผมไม่คิดว่านั่นคือความรักที่แท้จริง มันเป็นเพียงความรักที่เจือด้วยความกลัวต่างหาก

ความรักคือความผูกพันระหว่างใจของคนสองคน ไม่ใช่เรื่องอะไรที่คนภายนอกจะควรมายุ่งเกี่ยวเลย ตราบใดที่ความรักเราไม่ได้ไปก้าวก่ายสิทธิผู้อื่น ผู้อื่นก็ไม่มีสิทธิมาก้าวก่าวความรักของเราเช่นกัน

ถึงเวลาสลัดความกลัวทิ้งไป แล้วหันมาถามตัวเองได้แล้วว่า ความรักที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ไหน