เส้นทางสู่การเป็นผู้ประกาศข่าว

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เราไปงานเลี้ยงส่งคนเก่าบวกต้อนรับคนใหม่ของNHKแผนกภาษาไทยมา ไปในฐานะน้องใหม่สุดที่จะเริ่มทำงานเดือนเมษานี้ กว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ต้องใช้ดวง หยาดเหงื่อ และคำให้กำลังใจจากหลาย ๆ คน

ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อสามปีที่แล้ว ตอนที่เราเพิ่งมาญี่ปุ่นใหม่ ๆ ก็มีพี่คนนึงชื่อพี่ดรานันท์มาเล่าให้ฟังว่า เขาทำงานพิเศษเป็นผู้ประกาศข่าวที่NHK ตอนนั้นก็ไม่ค่อยมีใครใส่ใจมากเท่าไหร่ แต่พอพี่เขาเล่าให้ฟังว่าทำงานนี้ได้เงินประมาณเดือนละแสนเยน หลายคนก็เลยอยากทำงานนี้บ้าง

NHKคือสถานีข่าวหลักของญี่ปุ่น(คล้าย ๆ กับBBCที่เป็นของอังกฤษ) มีช่องโทรทัศน์และวิทยุหลายช่อง มีแผนกต่างประเทศซึ่งนำเสนอข่าวเป็นภาษาทั้งหมด 18 ภาษา (ลองเข้าไปดูเวบไซต์ได้ที่ Radio Japan Online, NHK Online Thai) ที่แผนกภาษาไทยมีหัวหน้าที่เป็นคนญี่ปุ่นอยู่ 2 คน กับคนไทยที่ทำงานพิเศษประมาณ 15 คน(ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนมหาวิทยาลัยที่นี่) ปกติในวันนึงก็จะมีคนทำข่าว 2 คน กับทำรายการอีก 1 – 2 คน หน้าที่หลักของคนที่ทำงานพิเศษที่นี่คือ แปลข่าวและรายการจากต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย แล้วก็ค่อยไปอ่านที่ตัวเองแปล ออกอากาศในห้องส่ง

ตอนเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ก็ได้ข่าวจากพี่ดรานันท์ว่าNHKจะเปิดรับผู้ประกาศใหม่ ก็เลยตกลงกับบีมว่าจะไปสมัครกัน แต่พอบีมรู้ข่าวว่า ถ้าสอบติดต้องอยู่ฝึกงานช่วงปิดเทอม บีมก็เลยไม่ไปสอบ (เราก็เพิ่งมารู้เอาที่หลังว่าเขาก็ไม่ได้เคร่งขนาดนั้น) เราก็เลยเริ่มลังเล เริ่มขี้เกียจไปสอบ มาจนกระทั่งคืนสุดท้ายก่อนกำหนดส่งใบสมัคร จำได้เลยว่าคืนนั้นคุยเอ็มกับทั้งเมย์และคุณแม่ ซึ่งทั้งสองคนก็พยายามโน้มน้าวให้เราหายขี้เกียจให้ได้ สุดท้ายก็เป็นคุณพ่อที่มาคุย แล้วบังคับให้ส่งใบสมัคร ในที่สุดเราก็เลยรีบปั่นใบสมัคร แล้วก็ไปส่งไปรษณีย์วันรุ่งขึ้นทันกำหนดส่งพอดี

พอถึงวันสอบก็ต้องไปสอบที่ที่ทำการใหญ่ของNHK ซึ่งอยู่ที่ชิบุยา ก็นัดเจอกับเมย์ที่สถานีชิบุยาแล้วเดินไปด้วยกัน พอไปถึงก็ต้องรับบัตรผ่านชั่วคราวมาคล้องคอ แล้วก็มีคนพาไปห้องสอบ มีคนสอบคราวนี้ประมาณสี่สิบคน คนที่เรารู้จักก็มีแค่เมย์ พี่ปู แล้วก็เป้ย

ข้อสอบมีทั้งหมดสามส่วน ส่วนแรกเป็นคำถามความรู้ทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับข่าวปัจจุบัน เช่น ถามชื่อประเทศสมาชิกของการเจรจาหกชาติว่าด้วยโครงการณ์นิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ถามชื่อผู้นำบางประเทศ (จำได้ว่า ตอนนั้นประเทศอังกฤษเพิ่งเปลี่ยนจาก โทนี แบลร์เป็นกอร์ดอน บราวน์พอดี) เป็นต้น ตอนทำข้อสอบชุดนี้ก็ทำให้นึกถึงสมัยอยู่ชมรมเชลล์ นี่โชคดีที่เทอมที่แล้วมีเวลาว่างมากพอสมควร ตอนพักเที่ยงได้ไปอ่านหนังสือพิมพ์ที่ห้องสมุดเกือบทุกวัน ชื่อคนหรือองค์กรต่าง ๆ ก็เลยพอรู้สึกว่าเคยเห็นผ่านตามาบ้าง

ข้อสอบส่วนที่สองเป็นข้อสอบแปล มีข่าวและบทความสั้น ๆ เป็นภาษาอังกฤษมาให้ 8 เรื่อง แล้วให้แปลทั้งหมดเป็นภาษาไทย กำหนดเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง(มั้ง) เราก็รู้ตัวว่าเวลาน้อย ก็เลยพยายามแบ่งเวลาให้เผื่อ ๆ ไว้สำหรับข้อหลัง ๆ โดยเน้นแปลให้เสร็จครบทุกข้อเป็นหลัก มีบางข้อที่น่าคิดดี เช่นประโยคว่า "Old soldiers never die." ควรแปลว่าอะไรดี มีทั้งทหารแก่ ทหารเก่า ทหารอาวุโส และอีกหลายรูปแบบ ถามกี่คนก็ได้คำตอบเท่านั้นแบบ

ส่วนข้อสอบสุดท้ายเป็นสอบอ่าน มีข่าวสั้น ๆ มาให้สองข่าว รวมแล้วได้ประมาณหนึ่งหน้า ให้ไปอ่านในห้องส่งเหมือนของจริง พอเราอ่านจบไปรอบนึง คนคุมสอบก็เรียกตัวออกมา บอกว่าอ่านเร็วเกินไปมาก ๆ ให้อ่านใหม่หมดอีกรอบ พอสอบเสร็จก็เลยเริ่มปลง ๆ ว่าคงจะไม่ติดแล้วละมั้ง

ผ่านไปสักช่วงหนึ่ง ก็มีโทรศัพท์มาเรียกให้ไปสอบรอบสอง บอกตามตรงว่าประหลาดใจมาก เพราะคิดว่าตัวเองอ่านได้ห่วยมาก (แถมพูดเร็ว พูดไม่ชัด พูดติดอ่าง ฯลฯ ) สงสัยได้คะแนนส่วนแปลมาโปะ พี่ปูก็ได้ไปสอบเหมือนกัน แต่น่าเสียดายมากที่เมย์ไม่ติด ที่จริงเมย์ก็แปลทันหมดเหมือนกัน แถมไม่น่าจะมีปัญหามากเวลาอ่าน เราก็เลยเสียดายแทน(อดทำงานด้วยกันเลย) ไว้รอบหน้าละกันนะ 

การสอบรอบสองเป็นการอ่านล้วน ๆ คราวนี้เป็นข่าวที่ยาวขึ้น แถมมีนิทานให้อ่านอีกหนึ่งหน้า (ในใบคำสั่งเขียนว่า ให้อ่านเหมือนกับว่ามีเด็กนั่งฟังอยู่ในห้องส่ง) แล้วก็มีให้พูดเรื่องอะไรก็ได้เป็นเวลาหนึ่งนาทีพอดี ตอนนั้นนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าจะพูดเรื่องอะไร ก็เลยพูดเรื่องที่เพิ่งอ่านมา เกี่ยวกับอิสลามหัวรุนแรงกับกรณีก่อการร้าย 11 กันยายน หลังจากนั้นก็มีสอบสัมภาษณ์ ก็เป็นคำถามปกติทั่วไป แต่มีคำถามนึงที่เราตอบได้แย่มาก คือเขาถามว่าทำไมมาสมัครที่นี่ เราก็ตอบไปโดยไม่ทันคิด ว่ามีรุ่นพี่แนะนำมา พอตอบเสร็จก็รู้ตัวทันทีว่าเป็นคำตอบที่อุบาทว์ที่สุด น่าจะตอบไปว่า สนใจ หรือว่าอยากทำข่าว อะไรประมาณนี้ ก็เลยตอบเติมไปว่า รู้สึกว่าการแปลข่าวสนุกดี(ซึ่งก็เป็นความจริง มันรู้สึกเหมือนว่าได้ใช้สมองส่วนที่ปกติไม่ค่อยได้ใช้)

หลังจากสอบเสร็จ ก็ได้แต่รอเขาโทรมาบอกผล ซึ่งเขาก็โทรมาจริง ๆ วันนึงตอนที่อ่านหนังสืออยู่ที่ห้องสมุด เขาก็นัดวันไปคุยตกลงเรื่องงาน ตอนนั้นรู้สึกว่าฟลุ้คมาก ๆๆๆๆ ไม่รู้ว่าติดมาได้อย่างไร หรือว่าเขาเลือกเราที่อะไร

(เริ่มรู้สึกว่ายาวแล้ว เดี๋ยวมาเขียนต่อวันหลัง)

3 thoughts on “เส้นทางสู่การเป็นผู้ประกาศข่าว”

  1. รวยแล้วอย่าลืมมาเลี้ยงรุ่นน้องจนๆบ่อยๆนะคร้าบ หุหุ

  2. เหย เจ๋งไปเลยแก หยั่งงี้เมื่อไหร่จะได้กลับมาเมืองไทยละเนี่ย  อดฝากซื้อของเลย อิอิ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s