เส้นทางสู่การเป็นผู้ประกาศข่าว(ต่อ)

หลังจากที่ประกาศผล ทางNHKก็โทรมานัดไปคุยกันถึงเรื่องงานที่จะทำ พอไปถึง ก็เจอกับคนที่สอบผ่านอีกคนหนึ่งที่เขานัดมาเหมือนกัน ชื่อพี่เจด ตอนนี้เรียนปริญญาโทอยู่ที่วาเซดะ สรุปแล้วคือปีนี้เขารับทั้งหมดห้าคนจากคนสอบประมาณสี่สิบคน ทั้งห้าคนนี้ก็มี

พี่เกด เคยทำอยู่ที่อสมท.

พี่มีมี่ มีใบประกาศฯของผู้ประกาศข่าวจากไทย

พี่เจด เคยทำอยู่ที่เนชั่น

พี่ไอ เคยทำงานที่สถานีข่าวสักที่ที่ไทย

และเรา ที่ไม่เคยทำแป๊ะอะไรเลยเกี่ยวกับข่าวเลย (ทำไมรู้สึกเหมือนว่ามีคนนึงไม่เข้าพวกก็ไม่รู้) ปรากฎว่าเราเป็นเด็กที่สุดในทั้งแผนกภาษาไทย คือคนอื่นเรียนปริญญาโทหรือเอกกันหมดเลย มีเราปริญญาตรีอยู่คนเดียว

ที่แผนกภาษาไทยนี้มีหัวหน้าเป็นคนญี่ปุ่นอยู่สองคน ชื่อคุณมะลิ (ซึ่งก็คือชื่อญี่ปุ่นของเขาจริง ๆ ) กับคุณอะยะโกะ ทั้งสองคนพูดภาษาไทยได้คล่องมาก โดยเฉพาะคุณมะลิ ที่เคยมาเรียนที่อักษรจุฬาฯ

ตอนนั้นคุณมะลิก็บอกเราว่า ตอนนี้เขารับเรามาอยู่ในฐานะฝึกงานเฉย ๆ ก่อน ยังไม่เซ็นสัญญา ยังไม่มีการันตีใด ๆ ทั้งสิ้นว่าจะได้ออกอากาศ เขาบอกตรง ๆ เลยว่า ถ้าฝึกไปแล้วไม่มีการพัฒนา ก็จะไม่จ้าง

เราเริ่มฝึกงานตอนเดือนกันยายนปีที่แล้ว ซึ่งก็เป็นปิดเทอมของที่ญี่ปุ่นพอดี เลยไม่ได้กลับไทยช่วงนั้น เขานัดไปฝึกที่NHKอาทิตย์ละสองครั้ง โดยต้องฝึกทั้งแปลข่าวและอ่านข่าว

เริ่มที่การแปลข่าวละกัน ที่NHKเขาจะเข้มงวดมาก ว่าการแปลข่าวแต่ละชิ้นต้องให้มีข้อความไม่เกิน ไม่ตกหล่น และต้องหาคำแปลที่เหมาะสมที่สุด ส่วนชื่อองค์กรหรือบุคคลสำคัญต่าง ๆ ก็ต้องใช้ให้ตรงกัน ซึ่งการแปลอย่างรอบคอบที่สุดนี้ก็ต้องทำให้เสร็จภายในหนึ่งชั่วโมงครึ่งสำหรับสี่ถึงห้าข่าว

เวลาแค่นั้นทำยังไงก็แปลไม่ทันอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้แปลข่าวอยู่เป็นประจำก็ไม่มีทางทำได้ ตอนที่ฝึกแรก ๆ เราก็ใช้เวลาเกินอยู่เป็นประจำ (จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังเกินอยู่บ้าง) คือเรารู้สึกว่าความสามารถทางภาษาอังกฤษแทบจะไม่สำคัญเลย งานนี้ใช้ทักษะภาษาไทยซะส่วนใหญ่ ในการหาคำ เรียงประโยค และเชื่อมโยงแต่ละย่อหน้าให้ราบรื่น

พอแปลเสร็จก็จะมาตรวจข่าวที่แปลกับพี่ยอ ซึ่งเป็นคนที่ดูแลด้านการแปลของเรา พี่ยอก็จะดูข่าวที่เราแปลอย่างละเอียดมากๆๆๆๆ จำได้เลยว่าแปลครั้งแรกมีที่ผิดเกินครึ่ง คือเนื้อหาตกบ้าง ใช้คำไม่ตรงบ้าง อ่านไม่สละสลวยบ้าง  พักหลังนี้เราเริ่มจำได้บางคำ เช่นคำว่า criticize ควรแปลว่าวิจารณ์ ไม่ใช่ประณาม เพราะคำว่าประณามจะรู้สึกรุนแรงเกินไป คำว่า six-party talks ที่หมายถึงการเจรจาหกชาติว่าด้วยโครงการณ์นิวเคลียร์เกาหลีเหนือ คำว่า subprime mortgage loan ที่หมายถึงเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้กู้ที่มีความน่าเชื่อถือต่ำ หรือว่าจะเป็นพวกคำเชื่อมระหว่างย่อหน้า เช่นคำว่า อย่างไรก็ตาม นอกจากนั้น ส่วน ด้าน หรือการใช้วิธียกวันที่ขึ้นมาก่อน เป็นต้น ยังมีรายละเอียดให้เราเรียนรู้อีกมาก

ส่วนด้านการอ่าน (ที่เรามีปัญหามากที่สุด) เราก็มีพี่ชื่อพี่หนุ่มมาฝึกให้ พี่เขาก็ให้เราอ่านข่าวที่เราแปลมา ให้อ่านแบบช้ามาก ๆ เพราะเรามีปัญหาพูดรัว เรื่องการอ่านนี้เรารู้สึกว่าคงโดนว่าเยอะที่สุดในประวัติศาตร์ของNHKแล้วมั้ง คือเรื่องที่เราต้องระวังก็มี

1.ออกเสียงควบกล้ำให้ชัดเจน โดยเฉพาะร.เรือ เวลาซ้อมให้กระดกลิ้นเกิน ๆ ไว้เลย เพราะเวลาอ่านจริงเป็นประโยค ๆ แล้วความชัดก็จะหายไปบางส่วน

2.เวลาอ่านให้อ้าปากให้กว้าง ๆ กว้างมากจริง ๆ จนรู้สึกว่าเกินพอดีนี่แหละกำลังดี เป็นการให้ใช้ปากในการออกเสียงให้มากที่สุดเพื่อให้เสียงชัดเจน

3.ให้เราอ่านช้าลงมาก ๆ เพราะปกติเราเป็นคนพูดเร็วอยู่แล้ว และก็ให้เราพยายามพูดช้าลงแม้กระทั่งจะเป็นเวลาคุยปกติก็ตาม

4.ให้ใช้เสียงต่ำๆเวลาอ่าน เพื่อให้ฟังดูสุขุม น่าเชื่อถือมากขึ้น คือพี่เขาบอกว่าเราอ่านเสียงเหมือนเด็กอ่าน ต้องทำให้เสียงเหมือนผู้ใหญ่ หรือที่พี่เขาเรียกว่า"เสียงหล่อ" เพราะว่าเวลาทำแล้วมันจะฟังเหมือนพยายามเก็กเสียงหล่อ (ซึ่งจริง ๆ ก็ต้องทำอย่างนั้น)

5.ให้อ่านแต่ละพยางค์ของคำให้ชัดเจน อย่ารวบคำ โดยเฉพาะคำที่มีสระอะเยอะ ๆ เช่น รัฐธรรมนูญ ประธานาธิบดี สถานการณ์ สนับสนุน ซึ่งล้วนแต่เป็นคำที่พบบ่อยในข่าว

6.ให้อ่านเหมือนพยายามจะสื่อข่าวให้ผู้ฟังจริง ๆ ไม่ใช่อ่านขึ้นมาลอย ๆ เฉย ๆ คือต้องมีการแบ่งวรรคตอนที่ดี และเน้นคำบางคำที่สำคัญ

7.อ่านให้มีน้ำเสียง ไม่ใช่อ่านแบบทื่อ ๆ เป็นโมโนโทน ควรทำเสียงให้แตกต่างเวลาขึ้นย่อหน้าใหม่หรือเปลี่ยนเรื่อง

8.อ่านเสียงต.เต่าโดยไม่ให้ขึ้นจมูก คือเราเป็นอะไรก็ไม่รู้ เวลาอ่านเสียงจะขึ้นจมูกเฉพาะตอนต.เต่าเท่านั้น โดยเฉพาะคำว่า ตั้งแต่ ที่เจอบ่อยมาก ๆๆๆๆ

ตอนเริ่มเขียนก็ไม่ได้นึกว่าคำเตือนจะมีเยอะขนาดนี้ แต่พอนึกถึงเรื่องที่โดนว่ามันก็มีออกมาเรื่อย ๆ

เราไปฝึกที่NHKมาได้ประมาณห้าเดือนแล้ว ตอนเปิดเทอมก็ไปอาทิตย์ละครั้ง หัวหน้าเขาก็บอกว่าเรามีพัฒนาการ (มันก็ต้องมีบ้างแหละ ถ้าโดยว่าเยอะขนาดนี้แล้วไม่มีการปรับปรุงก็แย่แล้ว) เราคงได้เริ่มทำข่าวออกอากาศจริง ๆ เดือนหน้ามั้ง โดยสามารถฟังทางอินเตอร์เนตได้ที่ NHK Online Thai (ขอโฆษณาอีกครั้ง)

จริง ๆ แล้ววันนี้เราก็เพิ่งไปอัดรายการมาเป็นครั้งแรก คือเขาจัดให้เรากับพี่เจด ไปสัมภาษณ์ในรายการดนตรีพาเที่ยว ก็คือเป็นการแนะนะตัวผู้ประกาศคนใหม่ของปีงบประมาณหน้า วันนี้ตอนอัดเทปรู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ พยายามพูดช้า ๆ แล้ว ก็ยังโดนว่าเรื่องพูดเร็วอยู่ดี ในรายการวันนี้เขาให้สิทธิผู้ประกาศใหม่ขอเพลงได้หนึ่งเพลง เราก็เลยเอาเพลง ポケット ของ 大塚 愛 ไป รายการนี้จะออกอากาศในวันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม

มาถึงตรงนี้ อยากขอบคุณ

คุณแม่กับคุณพ่อ ที่บังคับให้เขียนใบสมัครไปส่ง

เมย์ ที่ไปสอบเป็นเพื่อนและให้กำลังใจมาตลอด เรารู้สึกเหมือนเราบ่นให้ฟังเยอะไปหน่อย เวลาไปฝึกแล้วโดนว่ากลับมา แต่เมย์ก็ทนฟังแล้วก็ให้กำลังใจเราทุกคร้งเลย

พี่ยอกับพี่หนุ่ม ที่อุตส่าห์ทนฝึกและสั่งสอนรุ่นน้องคนนี้อย่างดี

และคุณมะลิกับคุณอะยะโกะ ที่ตัดสินใจรับผมเข้าไปทำงาน

ต่อจากนี้ไปเราก็จะพยายามอย่างดีที่สุด เพื่อไม่ให้ทุกคนผิดหวัง(อย่าบอกนะว่าไม่ได้หวังมากตั้งแต่แรก)

9 thoughts on “เส้นทางสู่การเป็นผู้ประกาศข่าว(ต่อ)”

  1. ดีใจด้วยค่ะ สู้ๆนะพี่เต้ย
    ถ้าว่างๆจะแวบไปแอบฟังนะคะ

  2. นี่เจ้าเต้ย  ออกอากาศกี่โมงอ่ะแก อยากดู เดี๊ยวนี้ใช้ได้นะเนี่ย บอกเพื่อน ๆ ต้องไม่มีใครเชื่อแน่ ๆ เลย

  3. โห ฟังแล้วแทบไม่น่าเชื่อ
    กูว่าอยู่ไทยกูก็ฟังมึงพูดภาษาไทยไม่ค่อยรุเรื่องอยุ่แล้วนะ ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นผู้ประกาศข่าวได้จริงๆแฮะ
    ว่างๆส่งมาให้ฟังมั่งดิ

  4. อาจจะมา comment ช้าไปหน่อย  สู้  ๆ นะ 
    (เราแอบคิดเหมือนไผ่หล่ะ)
    สงสัยกลับมาอีกครั้ง จะพูดฟังรู้เรื่องกว่าเดิมเยอะมากแน่เลย

  5. >_<" thx, but i guess from now on my personal story means nothing…
     
    since I have to work leaw T^T"
     
    writing useful thing is better.
     
     
    Susu la karn wa…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s