หนึ่งวันในชีวิตนักเคมี กับเพื่อนร่วมห้องแล็บที่น่าถีบ

เหตุการณ์ต่อไปนี้ทั้้งหมดเป็นเรื่องจริง แต่ขอใช้นามสมมุติเพื่อปกป้องท้้งผู้ที่บริสุทธิ์และผู้ที่ไม่ค่อยบริสุทธิ์

ห้องแล็บที่ผมอยู่นั้นถือได้ว่าเป็นห้องแล็บขนาดใหญ่ มีนักเรียนระดับปริญญาตรี โท เอก รวมแล้วเกือบ 40 คน ถ้ารวมอาจารย์ โพสต์ด็อค กับเลขาต่าง ๆ ก็จะได้ประมาณ 50 คน แน่นอนว่าในจำนวนนี้ก็ย่อมมีผู้ที่เป็นที่รักของพวกพ้อง และก็มีผู้ที่พวกพ้องไม่ค่อยชอบขี้หน้าเท่าไหร่

มีชายผู้หนึ่ง สมมุติว่าชื่อนายเอ เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มหลัง

ขอเล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับนายเอสักสองเรื่องละกัน

เรื่องแรก
ในห้องแล็บจะมีตู้ใบหนึ่ง ข้างในมีถังขนาดใหญ่หลายสิบใบที่มีไว้สำหรับใส่ของเหลวที่จะทิ้ง แต่ละถังก็จะมีป้ายแปะชนิดไว้ มีตั้งแต่ชนิด A ไปจนถึงชนิด K ซึ่งแต่ละชนิดก็มีไว้สำหรับทิ้งของเหลวคนละแบบกัน ส่วนวิธีการทิ้งก็มีเขียนบอกไว้หน้าตู้อย่างชัดเจน โดยเขียนไว้เป็นแผนผังต้นไม้ ไล่ตอบคำถามไปเรื่อย ๆ เช่น “ของเหลวนี้มีสารปรอทอยู่หรือไม่?” “ของเหลวนี้มีกรดเกิน 5 %หรือไม่?” ถ้าใช่ก็ไปทางหนึ่ง ไม่ใช่ก็ไปอีกทางหนึ่ง จะกระทั่งถึงปลายทางก็จะรู้ว่าต้องทิ้งลงถังใบใหน

คราวนี้บังเอิญว่าในตู้นี้มีถังสารกรดเกลือตั้งไว้อยู๋อีกถังหนึ่ง ถังกรดเกลือนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับของเหลวทิ้งเลย แค่ถังมันขนาดใหญ่และไม่มีที่เก็บ เลยเอามายัดไว้ในตู้นี้ ทั้งขนาด รูปร่าง และสีของถังกรดเกลือนี้ก็ต่างกับถังของเหลวทิ้งโดยสิ้นเชิง

ท่านผู้อ่านน่าจะพอเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

วันหนึ่งผมต้องการใช้กรดเกลือ พอไปหยิบถังกรดเกลือออกมาจากตู้ก็เห็นว่ามีโน้ตแปะอยู๋ที่ข้างถัง ในโน้ตนั้นมีข้อความว่า

“ผมบังเอิญทิ้งของเหลวลงไปในถังนะ ระวังด้วยละกัน ลงชื่อ นายเอ”

เวรกรรม ตอนนั้นรู้สึกถึงอารมณ์อยากต่อยคนขึ้นมาทันที

จริง ๆ แล้วนายเอก็เพิ่งเข้าแล็บนี้มาได้ไม่นาน ถ้าเกิดเทของเหลวทิ้งลงผิดถัง (เช่นจากการสับสนตอนไล่ตามแผนผังวิธีแบ่งชนิด) ก็อาจจะพอให้อภัยได้บ้าง หรือถ้าไม่รู้เรื่องจริง ๆ ก็ถามนักเรียนคนอื่นก็ได้ ในห้องแล็บนี้มีนักเรียน 2 คนที่รับผิดชอบเรื่องทิ้งของเหลวโดยเฉพาะ ถ้าถามก็คงมาสอนให้

แต่เหตุการณ์นี้เห็นได้ชัดว่า นายเอไม่มีความตั้งใจจะดูถังในตู้ตั้งแต่แรก เขาคงเดินมาถึงตู้ เปิดตู้ออก หยิบสุ่มมาถังหนึ่ง เทมั่ว ๆ ลงไป แล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

ความมาแตกตรงที่ว่า ถังที่เทไปมันไม่ใช่สำหรับทิ้งสาร มันคือถังสารเคมีสำหรับใช้การต่างหาก

ผมเลยได้รู้ว่า นายเอเป็นคนที่ไม่ฟังผู้อื่น ถือว่าตัวเองรู้ดี ไม่ต้องถามผู้อื่น หรือไม่ก็เป็นพวกที่ไม่สนใจกฎระเบียบของสังคม เอาแต่ว่าตัวเองสบายไว้ก่อน

ไม่ว่าอย่างไหนก็แย่พอกัน

เรื่องที่สอง
เรื่องนี้มีเพื่อน ขอเรียกว่านายบี มาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับบทสนทนาระหว่างเขากับนายเอ
เรื่องมีอยู่ว่า นายเอต้องการส่งสารตัวอย่าง ไปให้บริษัทภายนอกตรวจสอบดู เขาเลยมาถามนายบีว่าต้องทำอย่างไร

นายบี: ส่งสารตัวอย่างไปที่บริษัททอปปังนะ
นายเอ: โอเค ๆ เข้าใจแล้ว บริษัทดูปองท์ใช่ใหม?
นายบี: ไม่ใช่ ๆ บริษัททอปปังนะ ทอปปัง
นายเอ: โอเค ๆ

วันรุ่งขึ้น นายเอกลับมาถามอีก

นายเอ: ขอที่อยู่บริษัทดูปองท์ได้ใหม?
นายบี: เอ้ย ก็บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ดูปองท์ ทอปปังต่างหาก ทอปปัง
นายเอ: โอเค ๆ เข้าใจแล้ว

วันต่อมา อาจารย์ส่งเมลมาถามนายบี
อาจารย์: เออ ได้ข่าวจากนายเอว่าเรามีการติดต่อกับบริษัทดูปองท์ด้วยหรือ? มันไปมายังไงเนี่ย?
นายบี: (พูดกับตัวเอง) ตูว่าแล้วมันต้องลงเอยแบบนี้

จากเรื่องนี้ก็ได้รู้ว่า นายเอชอบถือเอาว่าตัวเองรู้ดีสุด ถ้าคิดว่าตัวเองถูกแล้วก็จะไม่ฟังคนอื่น

เหตุการณ์ที่หยิบยกมานี้เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างในหลายสิบเรื่องที่นายเอได้สร้างวีรกรรมไว้ จนชื่อของเขาเป็นที่ลือนามไปทั้งห้องแล็บ

ปกติแล้วผมจะพยายามปฏิบัติตนอย่างไม่มีอคติต่อบุคคลอื่น แต่กรณีของนายเอต้องขอเป็นข้อยกเว้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s