พวกบ้าคลั่งทีมฟุตบอล

บางทีแฟนบอลที่คลั่งไคล้คนละทีมกัน ถึงกับลงไม้ลงมือชกต่อย เพียงเพราะอีกฝ่ายไปพูดไม่ดีเกี่ยวกับทีมรักของตน

หรือ”ดูหมิ่น”ทีมของตนนั่นเอง

ช่างป่าเถื่อนจริง ๆ เขาไม่ชอบทีมเราก็ปล่อยเขาไปสิ เขาด่าว่าทีมที่เราเชียร์แล้วเราต้องไปเจ็บเนื้อร้อนตัวขนาดนั้นเลยหรือ? เรามีสิทธิไปห้ามเขาพูดเกี่ยวกับทีมเราหรือ?

เวลาที่เขาว่าทีมเรา ก็ไม่มีใครบังคับให้เราต้องไปฟังเขา เราฟังแล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องอยู่นิ่ง เรามีสิทธิออกมาพูดปกป้องและโฆษณาทีมเรา เราว่าทีมเขากลับก็ได้ เราเขียนบทความ เขียนหนังสือตอบโต้ก็ได้

แต่สิทธิเราไม่ได้ครอบคลุมการบังคับให้เขาหุบปาก

ดูเหมือนหลายฝ่ายจะไม่เข้าใจว่า การดูหมิ่นหรือการไม่แสดงความเคารพ เป็นสิ่งที่เราห้ามคนอื่นไม่ได้ เพราะเหตุผลแค่ว่าเรารู้สึกถูกดูหมิ่น มันไม่เพียงพอที่จะไปใช้ห้ามคนอื่นไม่ให้ออกความเห็น

การอ้างว่าถูกดูหมิ่นแล้วไปสั่งให้คนอื่นหุบปาก เป็นวิธีคิดแบบนักเลง (เช่น การบอกว่าทีมไม่เก่ง การไม่เรียกชื่อเต็ม ๆ ว่าเป็นทีมแชมป์ 19 สมัย การไม่ชื่นชมนักเตะในทีม ทั้งหมดนี้เป็นการดูหมิ่นทีมผม และผมจะบังคับให้คุณหยุดพูดเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นคุณจะโดนต่อยหรือไม่ก็จับเข้าคุก)

บางคนอาจจะบอกว่า ทีมของเขามันพิเศษจริง ๆ นะ เพราะฉะนั้นจึงควรได้รับการยกเว้นจากการโดนดูหมิ่น แต่ไม่ว่าทีมคุณจะดีเลิศอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น เพราะถ้าทีมคุณยกเว้นได้ ทำไมทีมอื่นจะยกเว้นไม่ได้?

ถ้าคุณคิดว่าความรัก ความชอบ ความเคารพ เป็นสิ่งที่บังคับกันได้ คุณก็ไม่ต่างอะไรกับแฟนบอลป่าเถื่อนคนหนึ่ง

โดยส่วนตัวแล้ว ผมเป็นแฟนทีมแมนยูอย่างเหนียวแน่น เป็นมากว่าสิบปีแล้ว ตั้งแต่สมัยเบคแฮมยังหนุ่ม ๆ แต่ผมก็ไม่ว่าอะไรนะถ้าคุณจะเชียร์ทีมอื่น

หรือแม้คุณจะไม่ดูบอลเลยก็ตาม

One thought on “พวกบ้าคลั่งทีมฟุตบอล”

  1. หลบมาคอมเมนท์ในนี้ล่ะกัน
    มองในมุมกลับนะครับ
    การออกความเห็นเป็นสิทธิ แต่การออกความเห็นโดยไร้สมองเป็นการคุกคาม
    สำหรับหลายๆคนเลยมองว่าการออกความเห็นที่ไร้สาระ(แน่นอน ในมุมมองของคนที่ฟัง ไม่ใช่คนที่พูด)เป็นการโจมตี ดูหมิ่น ถากถาง ฯลฯ และัการตอบโต้คือการฟ้องร้อง หาเรื่อง หรืออะไรก็ตามที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดกับการพูดออกมา แล้วก็จะจบที่บทสรุปว่า ถ้าไม่พูด ก็ไม่เกิดเรื่อง
    ปัญหาคือ คนเราส่้วนใหญ่แล้วชอบลัด เหมือนกับเมจิก เรามีความคิดในหลายๆเรื่องว่าเป็นกรอบความคิดเดียวกัน เป็นเรื่องเชื่อมโยงกัน ในที่นี้ก็คือการบอกให้คนไม่พูด เป็นวิธีแก้ปัญหา (ลัดขั้นตอนทั้งหมดในการทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม)
    ปัญหาคือ ความคิดเมนสตรีมสร้างกรอบให้ทุกๆคนคิดว่าสังคมคิดเช่นนั้น เมื่อมีึความเห็นต่าง จึงยากที่จะหากลุ่มคนที่รวมพลังได้มากพอที่จะต้านความคิดเมนสตรีมนั้นๆได้
    ปัญหาคือ เรื่องเหล่านี้โดนบรรจุใน Norm ของสังคมในปัจจุบัน การแหวก Norm ก็เหมือนการหาเหาใส่หัวให้อยู่ในสังคมได้ยากขึ้น
    เพราะ 3 ปัญหานี้ สิ่งที่เรากำลังเห็นอยู่ก็คือการสร้างแนวความคิดของสังคมในลักษณะที่ใช้ Norm เป็นตัวคุมซึ่งหลายๆครั้ง Norm ของสังคมก็ดูไม่มีเหตุผลในสายตาคนนอก
    การแก้ Norm เป็นเรื่องที่ยาก เพราะหลา่ยๆครั้ง Norm ก็ไม่มีเหตุผล หรือมีเหตุผล แต่อาจจะฟังไม่ขึ้นสำหรับคนกลุ่มอื่น แล้วก็กลายเป็นอีกหนึ่งครั้งที่ปัญหาเหล่านี้จบลงด้วยการต่างคนต่างอยู่ ไม่ก็ยอมๆมันไป
    วาทะเด็ดที่อาจมีการกลับมาใช้ตอนนี้คือ UNไม่ใช่พ่อ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s